Editor's Pick

รวม 10 หูฟังไอโฟน น่าใช้ ยี่ห้อไหนดี ในปี 2023

รวม 10 หูฟังไอโฟน น่าใช้ ยี่ห้อไหนดี ในปี 2023

หูฟังไอโฟน ไอเทมที่จะขาดไปไม่ได้สำหรับผู้ใช้งานไอโฟน โดยเฉพาะหลังจากที่ Apple ได้เปิด iPhone 14 ซีรีส์ไปทำให้ในกล่องก็ยังคงคอนเซ็ปต์ที่ว่าจะไม่มีหูฟังแถมมาให้ ทำให้ไม่ว่ายังไงผู้ใช้งานไอโฟนทุกคนก็ต้องหาหูฟังมาใช้งานเอาไว้คู่กันอยู่ดี ซึ่งปัจจุบันนี้จะเห็นได้ว่าหลายแบรนด์ผู้ผลิตต่างออกหูฟังไอโฟน มีให้เลือกมากมายทั้งแบบไร้สาย และมีสาย โดยที่แบบมีสายจะเป็นหัวพอร์ตเชื่อมต่อแบบ Lightning แต่ก็ต้องยอมรับว่าไม่ได้เป็นที่นิยมมากนักในตอนนี้ 

แต่อย่างไรก็ตามการเลือกหูฟังไอโฟนก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ทำให้ใครหลายคนเกิดความสับสนว่า แล้วเราควรเลือกหูฟังไอโฟนแบบไหนดี แต่อย่างที่รู้กันว่าแบรนด์ Apple ได้ออกหูฟัง AirPods Series เพื่อรองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ของ Apple มาตั้งแต่ปี 2016 จนถึงปัจจุบันปี 2023 Apple ออกมาแล้วทั้งหมดถึง 5 รุ่น โดยแต่ละรุ่นก็มีฟีเจอร์เด่นที่แตกต่างกันออกไป แต่ก็อาจจะรู้สึกว่าราคา AirPods ราคาค่อนข้างสูงเลยทีเดียว ยิ่งใครที่ชอบเปลี่ยนหูฟังอยู่บ่อยๆ หรือมีอุปกรณ์เสริมระบบ Android อยู่ด้วยก็อาจจะมองข้ามรุ่นนี้ไปเลย ในบทความนี้ OZ1 Gadget ได้รวม 10 หูฟังไอโฟนน่าใช้ ยี่ห้อไหนดีในปี 2023 มาแนะนำให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือก รับรองเลยว่าหูฟังไอโฟนที่เราเลือกมานั้นล้วนแล้วแต่มีคุณภาพดี เชื่อมต่อเสถียรไม่แพ้หูฟัง Airpods ของ Apple แน่นอน พร้อมทั้งมีราคาที่ย่อมเยา จะมีแบรนด์อะไรบ้างที่น่าสนใจบ้างนั้น เราไปดูกันเลยครับ

10 หูฟังไอโฟน น่าใช้ ในบทความนี้

1. หูฟังไร้สาย Apple AirPods (3rd Generation)

2. หูฟังไร้สาย SoundPEATS Air 3 True Wireless

3. หูฟังไร้สาย Beats Fit Pro True Wireless

4. หูฟังไร้สาย Edifier Edicall TWS600  True Wireless

5. หูฟังไร้สาย MPOW X7 True Wireless

6. หูฟังไร้สาย Sony WF-1000XM4 True Wireless

7. หูฟังไร้สาย Technics EAH-AZ40 True Wireless

8. หูฟังไร้สาย JVC HA-A5T True Wireless

9. หูฟังไร้สาย JVC HA-A3T True Wireless

10. หูฟังมีสาย Apple EarPods 

1. หูฟังไร้สาย Apple AirPods (3rd Generation) รุ่นอัปเกรด ฟีเจอร์!

หากจะพูดถึงหูฟังไอโฟนแล้วไม่พูดถึงหูฟัง AirPods จาก Apple ได้ยังไงกับรุ่นมาแรงเกินคาด Apple AirPods (3rd Generation) อย่างที่รู้กันว่า AirPods 3 ออกแบบมาให้เหมาะสำหรับคนใช้อุปกรณ์ Apple อยู่แล้วในเรื่องการสลับการเชื่อมต่อกับทุกอุปกรณ์ Apple ได้ง่าย ด้านเสียงก็ไม่เคยทำให้ผิดหวัง โดยเฉพาะเรื่องเสียงตามตำแหน่ง เพียงแค่เราเปิดแอปฯ ที่รองรับระบบเสียงรอบทิศทางอย่างแอปฯ Apple TV+ หรือ Netflix ก็ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในโรงภาพยนตร์ ด้านการฟังเพลงก็ให้เสียงที่กลมกล่อมมีความเป็นธรรมชาติ และหากว่าอยากนำหูฟัง AirPods 3 ไปใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ Android ก็ทำได้ให้เสียงคุณภาพไม่แพ้กัน แต่บางฟังก์ชันก็อาจไม่ได้ประสิทธิภาพมากนัก ถือได้ว่าเป็นรุ่นยอดนิยมที่ไม่ว่าจะออกมากี่ซีรีส์ก็ได้รับการตอบรับดีอยู่เสมอ ใครที่คิดแล้วว่าไอโฟนต้องใช้งานควบคู่กับหูฟังไอโฟนเท่านั้น Apple AirPods (3rd Generation) ก็ถือว่าตอบโจทย์ที่สุดแล้วครับ

สเปกเด่น

  • ชิป Apple H1 เชื่อมต่อเสถียร
  • Spatial Audio ระบบเสียงสมจริง
  • รองรับการชาร์จไร้สาย MagSafe

ข้อดี

  • รูปทรง Ear-Pad สวมใส่สบายรองรับทุกสรีระ
  • โหมดลดเสียงรบกวนจากลมโดยอัตโนมัติ
  • ไมโครโฟนคู่ในตัวเพื่อการสนทนาที่คมชัด
  • มีอุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหว และเซนเซอร์ตรวจจับเสียงพูด
  • จับคู่การเชื่อมต่อ ได้ง่ายดายผ่าน Pop-Up เพียงครั้งเดียว
  • รองรับระบบเสียงรอบทิศทาง Dolby Atmos
  • การเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0
  • ฟังนานต่อเนื่อง 6 ชม. ชาร์จผ่านเคสใช้งานสูงสุด 30 ชม.
  • ระบบชาร์จ Fast Fuel ชาร์จเพียง 5 นาทีใช้งานได้นาน 1 ชั่วโมง
  • มาตรฐานกันน้ำ กันฝุ่น IPX4 
  • รองรับการใช้งานได้ทั้งระบบ Apple และ Android

ข้อควรระวัง

  • บางฟีเจอร์ไม่เหมาะกับผู้ใช้งานอุปกรณ์ระบบ Android
  • ไม่มีแถมที่ชาร์จ MagSafe มาให้

2. SoundPEATS Air 3 หูฟังไร้สาย เบสหนักขึ้น สเปกครบ!

 

อีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจใน 10 หูฟังไอโฟน น่าใช้ ยี่ห้อไหนดี ในปี 2023 SOUNDPEATS Air 3 หูฟัง True Wireless รุ่นอัปเกรดมาจาก TrueAir 2  คราวนี้ไซซ์เล็กลง ใส่สบายกว่า แต่สเปกเกินเรื่องไปมาก ไม่ว่าจะเป็นชิปเซ็ตและไดรเวอร์ที่จัดเต็ม พร้อมบูสเสียงเบสได้แน่นขึ้น พ่วงมาด้วย Game Mode เอาใจสายเกมโดยเฉพาะ ด้านการคอลสนทนาก็ครบครันด้วยไมโครโฟนแบบคู่ ใช้งานร่วมกับ Apple ได้ดีเสถียรแน่นอน ที่สำคัญมาในงบพันกลางๆ เท่านั้น!

สเปกเด่น

  • ชิป QCC3040 รองรับ aptX 
  • ไมโครโฟนคู่ ตัดเสียงรบกวน
  • Game Mode ไม่ดีเลย์

ข้อดี

  • รูปทรง Earbuds น้ำหนักเบา ใส่สบายหู
  • ดีไซน์เล็กกะทัดรัด ให้ลุคมินิมอลตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
  • ไดรเวอร์ 14.2 มม. ให้เสียงเบสแน่นระดับสเตอริโอ
  • การเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.2 
  • เซนเซอร์ตรวจจับการใช้งาน เล่นเสียงเมื่อใส่ หยุดเสียงเมื่อถอด
  • กันน้ำมาตรฐาน IPX5 ใส่ลุยได้ทุกกิจกรรม
  • ฟังได้นานต่อเนื่องถึง 5 ชม. ชาร์จผ่านเคสใช้งานได้นาน 15 ชั่วโมง
  • รองรับการใช้งานได้ทั้งระบบ Apple และ Android

ข้อควรระวัง

  • ไม่เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบหูฟังบลูทูธขนาดเล็ก
  • ไม่รองรับ Codec ไร้สาย aptX HD 
  • ไม่สามารถใช้งานแยกข้างซ้ายและขวาได้

สนใจ SoundPEATS Air 3 หูฟังไร้สาย เบสหนักขึ้น สเปกครบ! คลิกที่นี่

3. Beats Fit Pro หูฟังสปอร์ต ANC รองรับ Spatial Audio

แบรนด์นี้ไม่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลย Beats Fit Pro By Apple จึงไม่แปลกใจที่ความสามารถจะคล้ายกับ AirPods Pro โดยจะมาในรูปทรงสปอร์ตเน้นใส่ออกกำลังกายโดยเฉพาะ กันนํ้า กันเหงื่อได้ดี พร้อมเลือกใช้ชิป Apple H1 ที่ทำงานร่วมกับระบบ iOS ได้อย่างยอดเยี่ยม เหมือนกับหูฟัง Airpods และ Airpods Pro ให้การเชื่อมต่อรวดเร็วเสถียร ดูคลิปเล่นเกมได้ดีไร้ดีเลย์ และหากเอาไปใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ Apple ก็รองรับระบบ Dolby Atmos ให้เสียงสมจริงสามารถเล่นเพลงหรือวีดิโอได้แบบอัตโนมัติ เท่านั้นยังไม่พอมีระบบตัดเสียงรบกวน ANC และ Transparency Mode ช่วยให้การฟังเพลงเหมือนอยู่ในโลกส่วนตัวไม่มีเสียงอะไรมารบกวนเลย แอบเทใจให้รุ่นนี้อยู่เหมือนกัน สำหรับใครที่อยากได้หูฟังไอโฟนหน้าตาดีเน้นสวมใส่สบายใช้งานออกกำลังกายก็ตอบโจทย์ รับรองไม่ผิดหวังครับ

สเปกเด่น

  • ตัดเสียงรบกวน ANC 
  • ชิป Apple H1 เชื่อมต่อเสถียร
  • ใช้ได้ทั้ง APPLE และ ANDROID

ข้อดี

  • ดีไซน์เท่สไตล์สปอร์ตรูปทรง Wingtip แน่นกระชับรองรับทุกสรีระใบหู
  • ระบบ Transparency Mode ที่มาช่วยดูดเสียงรอบข้าง
  • ไมโครโฟนคู่ Dual Beamforming Mics มอบเสียงที่คมชัด
  • Dynamic Head Tracking ระบบติดตามการเคลื่อนไหวของศีรษะ
  • ระบบ Spatial Audio รองรับระบบเสียงรอบทิศทางแบบสมจริง
  • ใช้งานแยกข้างซ้าย และขวาได้อย่างอิสระตามต้องการ
  • รองรับแอปฯ Find My บน iOS เพื่อช่วยในการค้นหา เพิ่มความปลอดภัย
  • ฟังนานต่อเนื่อง 6 ชม. ชาร์จผ่านเคสใช้งานสูงสุด 24 ชม.
  • ระบบชาร์จ Fast Fuel ชาร์จเพียง 5 นาทีใช้งานได้นาน 1 ชั่วโมง
  • มาตรฐานกันน้ำ กันฝุ่น IPX4 
  • รองรับการเชื่อมต่อ One-Touch สำหรับ Android เมื่อใช้ผ่านแอปฯ Beats 
  • รองรับการใช้งานได้ทั้งระบบ Apple และ Android

ข้อควรระวัง

  • รองรับการระบบเชื่อมต่อด้วย Class 1 Wireless Bluetooth เท่านั้น
  • ไม่รองรับ Codec ไร้สาย aptX HD 

สนใจ Beats Fit Pro หูฟังสายสปอร์ต ANC คลิกที่นี่

4. Edifier Edicall TWS600 หูฟังทรง EarBuds คุยโทรศัพท์ชัดมาก!

ใครมีงบขึ้นมาอีกนิดรุ่นนี้ถือว่าใช้ได้เลย Edifier Edicall TWS600 หูฟัง True Wireless หน้าตาคล้ายหูฟังไอโฟน AirPods จัดเต็มด้วยฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนขั้นเทพให้การสนทนาคมชัดมาก เรื่องโทนเสียงฟังเพลงดีเกินคาดมาก พร้อมใช้เล่นเกมได้ดีแทบไร้ดีเลย์ เรียกได้ว่าคุณภาพคุ้มเกินราคา ฟังก์ชันเทียบเท่า Airpods 3 ได้เลยนะเนี่ย! 

สเปกเด่น

  • รองรับ LHDC ระดับ Hi-Res
  • ไมค์ชัด Elevoc VoxPlus ตัดเสียงรบกวน
  • Game Mode ไม่ดีเลย์

ข้อดี

  • รูปทรง Earbuds น้ำหนักเบา ใส่สบายหู
  • เซนเซอร์ Bone Conduction ให้เสียงคมชัด
  • ไดรเวอร์ขนาดใหญ่ 13 มม. เบสชัด มิติกว้างฟังได้ทุกแนวเพลง
  • มี Game Mode เล่นเกมได้ดีแทบไร้ดีเลย์
  • ปรับโทนเสียงได้มากถึง 4 เสียง ผ่านแอปฯ Edifier Connect
  • การเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0
  • เซนเซอร์ตรวจจับการใช้งาน เล่นเสียงเมื่อใส่ หยุดเสียงเมื่อถอด
  • กันน้ำมาตรฐาน IIP54 ใส่ลุยได้ทุกกิจกรรม
  • ฟังได้นานต่อเนื่อง 4 ชม. ชาร์จผ่านเคสใช้งานได้อีก 20 ชั่วโมง รวมสูงสุด 24 ชั่วโมง
  • รองรับการชาร์จแบบไร้สาย
  • รองรับการใช้งานได้ทั้งระบบ Apple และ Android

ข้อควรระวัง

  • ไม่มีระบบตัดเสียงรบกวน ANC
  • ไม่สามารถใช้งานแยกข้างซ้ายและขวาได้

5. Mpow M7 หูฟังไร้สาย เบสหนักแน่น ใช้แยกข้างได้ 

รวม 10 หูฟังไอโฟน น่าใช้ ยี่ห้อไหนดี ในปี 2023 รุ่นที่ 5 นี้บอกเลยว่าสายเบสห้ามพลาดกับ Mpow M7 หูฟังไร้สายรุ่นใหม่ล่าสุดมาพร้อมคุณภาพเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมปรับ EQ เสียงได้ถึง 3 เสียง ด้านเสียงเบสบอกเลยว่าหนักแน่นกว่ารุ่นก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด ช่วยให้ฟังเพลงมันส์โยกตามได้แบบต่อเนื่องพ่วงมาด้วยไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนในตัวให้การสนทนาคมชัด พร้อมแบตฯ สุดอึดเล่นต่อเนื่องสูงสุด 8 ชม. แบบเปิด ANC เหมาะมากสำหรับใช้งานใส่ลุยกิจกรรมหนักหน่วง ใช้งานได้ดีไม่หลุดหล่นแน่นอนครับ

สเปกเด่น

  • เสียงระดับ HD ฟังสนุก
  • Noise-canceling ไมค์ตัดเสียงรบกวน
  • IPX7 ใส่ออกกำลังกายได้

ข้อดี

  • รูปทรง In-Ear ดีไซน์ Sport Fit กระชับพอดีกับหู ไม่หลุดง่าย
  • ไดร์เวอร์ Polyurethanes Diaphragm เบสชัดพลังเสียงระดับสเตอริโอ
  • ใช้งานทั้งแบบ 2 ข้าง (Dual) และแยกข้าง (Single)
  • การเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 
  • ไมโครโฟนคู่ พร้อมระบบลดเสียงรบกวน Noise-canceling 
  • ฟังได้นานต่อเนื่อง 6 ชม. ชาร์จผ่านเคสได้อีก 24 ชม. 
  • รองรับการใช้งานได้ทั้งระบบ Apple และ Android

ข้อควรระวัง

  • ไม่รองรับ Codec ไร้สาย aptX HD 

สนใจ Mpow M7 หูฟังไร้สาย เบสหนักแน่น ใช้แยกข้างได้ คลิกที่นี่

6. Sony WF-1000XM4 สุดยอดหูฟังตัดเสียงรอบข้าง ระดับพรีเมียม

ใครมีงบไม่จำกัดก็ต้องจัด Sony WF-1000XM4 รุ่นตัดเสียงรอบข้างได้ดีที่สุดในกลุ่มของหูฟัง True Wireless Digital Noise Cancelling เลยก็ว่าได้พร้อมอัปเกรดขนาดใหม่ เล็กลงกว่าเดิม 10% สวมใส่แบบ In Ear เนอกจากจะช่วยตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้เงียบสนิทแล้วยังมาพร้อมระบบ Ambient Sound โหมดเปิดรับเสียงจากรอบข้าง ส่วนด้านเสียงก็จัดเต็มด้วยระดับ Hi-Res รองรับ 360 Reality Audio มอบเสียงดังรอบทิศทางแบบกระหึ่มกันไปเลย ส่วนการสนทนาก็คมชัดด้วยไมโครโฟน Dual Sensoring ข้างละ 2 ตัว Beamforming นอกจากนี้ยังปรับ EQ ได้ตามใจ ผ่านแอปฯ Sony | Headphones Connect เลยขอยกให้หูฟังไอโฟนที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบถ้วน!

สเปกเด่น

  • ANC ระดับผู้นำ ตัดเสียงเงียบ 
  • ไมค์ Dual Sensor คุยชัด 
  • Codec  LDAC เสียงเทพ Hi-Res 

ข้อดี

  • รูปทรง In-Ear ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ 
  • Ambient Sound โหมดเปิดรับเสียงจากรอบข้าง 
  • โหมดลดเสียงรบกวนจากลมโดยอัตโนมัติ
  • ไมโครโฟนมีเซนเซอร์ Bone-Conduction ช่วยจับเสียงพูด 
  • ระบบ Adaptive Sound Control ปรับเปลี่ยนเสียงตามสถานการณ์อัตโนมัติ
  • ระบบ Speak to Chat เปิดโหมดฟังเสียงรอบข้าง คุยได้โดยไม่ต้องถอดหูฟัง 
  • ชิปรุ่นใหม่ Integrated Processor V1 ผสมผสานกับชิป SoC Bluetooth 
  • รองรับ Codec ระดับสูง LDAC ให้เสียงคุณภาพสูง Hi-Res Audio
  • ปรับค่า EQ ได้ตามต้องการ ผ่านแอปฯ Sony | Headphones Connect 
  • การเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.2
  • มาตรฐานกันนํ้ากันฝุ่นมาตรฐาน IP54
  • แบตเตอรี่การใช้งาน 8 ชั่วโมง (รวมเคสชาร์จ 24 ชั่วโมง)
  • มีระบบชาร์จเร็ว เพียง 5 นาที ใช้งานได้นาน 1 ชั่วโมง
  • เคสรองรับชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi
  • รองรับอุปกรณ์ระบบ iOS และ Android

ข้อควรระวัง

  • ภายในกล่องจะไม่มีจุกหูฟังซิลิโคนแบบเดิมมาให้นะครับ
  • ไม่รองรับ Codec ไร้สาย aptX HD 

สนใจ Sony WF-1000XM4 ที่สุดของหูฟังไร้สายระดับพรีเมียม คลิกที่นี่

7. Technics EAH-AZ40 เสียงดีมีสไตล์ ปรับ EQ ได้ตามใจ

มาต่อกันที่ Technics EAH-AZ40 หูฟังหน้าตาดีสัญชาติญี่ปุ่น มาในรูปทรง In-Ear สวมใส่สบาย โดดเด่นด้วยไดรเวอร์ Dynamic ขนาด 6 มม. ให้ย่านเสียงเบสลึกรายละเอียดเสียงครบ ทั้งรองรับ CODEC AAC ให้เสียงคุณภาพเยี่ยม ใช้งานได้นานสูงสุด 25 ชั่วโมง โดยรุ่นนี้มีไมโครโฟนมาให้ถึง 6 ตัว ควบคู่กับเทคโนโลยี JustMyVoice™ ช่วยแยกเสียงได้ดีให้การสนทนาที่คมชัด ด้านการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth Multipoint Pairing เชื่อมต่อพร้อมกันได้ 2 อุปกรณ์ นอกจากนี้ยังรองรับการปรับ EQ เสียงผ่านแอปฯ Technics Audio Connect ซึ่งหากใครที่อยากได้หูฟังไอโฟนเพื่อฟังเพลงเสียงดี เบสทุ้มรานละเอียดชัด แถมรองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ระบบ iOS และ Android รุ่นนี้ถือว่าถูกต้องและเหมาะสมที่สุดครับ

สเปกเด่น

  • ไดรเวอร์ 6 มม. เบสทุ้ม
  • JustMyVoice™ แยกเสียงได้ชัด 
  • เชื่อมต่อพร้อมกัน 2 อุปกรณ์

ข้อดี

  • รูปทรง In-Ear ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ 
  • Natural Ambient Mode ตรวจจับเสียงพูดรอบข้างให้เสียงที่เป็นธรรมชาติ
  • Attention Mode ช่วยลดเสียจากภายนอก ให้ได้ยินเสียผู้คนได้ง่ายยิ่งขึ้น 
  • ไมโครโฟน MEMS 6 ตัว เพื่อการสนทนาที่ชัดเจน
  • ปรับค่า EQ ได้ตามต้องการ ผ่านแอปฯ Technics Audio Connect 
  • การเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.2
  • มาตรฐานกันน้ำ กันฝุ่น IPX4 
  • มีระบบชาร์จเร็วเพียง 15 นาที ใช้งานได้นาน 90 นาที
  • ฟังนานต่อเนื่อง 7.5 ชม. ชาร์จผ่านเคสใช้งานสูงสุด 25 ชม.
  • มีระบบชาร์จเร็วเพียง 15 นาที ใช้งานได้นาน 90 นาที
  • รองรับอุปกรณ์ระบบ iOS และ Android

ข้อควรระวัง

  • หากใครที่มีงบจำกัดอาจไม่เหมาะครับ

8. JVC HA-A5T หูฟังไร้สาย Gumy Mini เสียงเพราะ ใส่สบาย 

นำมาใช้งานกับไอโฟนก็ดีอยู่นะกับ JVC HA-A5T รุ่นใหม่ไซซ์มินิ! จาก JVC  JVC HA-A5T หูฟัง True Wireless Gumy Mini ไซซ์พกพาลุคมินิมอลรูปทรง In-Ear สวมใส่ง่ายกระชับเพิ่มความคล่องตัว ด้านเสียงก็ไม่น้อยหน้าพ่วงมาด้วยไดรเวอร์ Neodymium ขนาด 6 มม. ให้เสียงดีคมชัดทุกย่านเสียง การเชื่อมง่ายเสถียรด้วย Bluetooth 5.1 พร้อมไมโครโฟนในตัวให้สนทนาเสียงคมชัด เห็นเล็กพริกขี้หนูแบบนี้แต่ใช้งานนานนะสูงสุดถึง 5 ชั่วโมง ที่สำคัญรองรับทั้งระบบ iOS และ Android ถือว่าโอเลยในราคาพันต้นๆ 

สเปกเด่น

  • ไดรเวอร์ 6 มม. ฟังสนุก
  • กันน้ำ กันฝุ่น IPX4 
  • ใช้นานต่อเนื่อง 5 ชม. 

ข้อดี

  • รูปทรง In-Ear นํ้าหนักเบา สวมใส่ง่ายสบายหู
  • การเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.1 
  • เชื่อมต่ออัตโนมัติเมื่อหยิบหูฟังออกจากเคส
  • มีไมโครโฟนในตัว รองรับการคุยโทรศัพท์
  • ฟังได้นานต่อเนื่อง 5 ชม. ชาร์จผ่านเคสได้นานอีก 10 ชั่วโมง
  • รองรับการใช้งานได้ทั้งระบบ iOS และ Android

ข้อควรระวัง

  • ไม่เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบหูฟังอินเอียร์ขนาดเล็ก

สนใจ JVC HA-A5T หูฟังไร้สาย Gumy Mini เสียงเพราะ ใส่สบาย คลิกที่นี่

9. JVC HA-A3T หูฟัง Earbuds เสียงดี เพลิดเพลินได้ทุกช่วงเวลา

ขออีกรุ่นแล้วกันสำหรับแบรนด์ดังแดนปลาดิบที่มาช่วยเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของคุณ JVC HA-A3T หูฟัง True Wireless เหมาะมากใช้งานเป็นหูฟังไอโฟน รูปทรงเพรียวบางสีสันเรียบง่ายเข้าได้กับทุกลุคการแต่งตัว พร้อมทั้งสวมใส่ง่ายทรง Earbuds เบาสบายหู การฟังเพลง ดูหนังก็ให้เสียงคุณภาพดีด้วยไดรเวอร์ขนาดใหญ่ พร้อมไมโครโฟนในตัวคุบก็ชัดทุกการสนทนา ไม่ว่าจะไลน์ส่วนตัว หรือวิดีโอคอล การใช้งานก็นานพอสมควรสูงสุดถึง 22 ชั่วโมง จะนำมาใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือใส่ออกกำลังกายก็เยี่ยม ให้ผ่าน สิบเต็มสิบ ราคาดีจนน่าตกใจเลยครับ

สเปกเด่น

  • ไดรเวอร์ 11 มม. ฟังสนุกทุกย่านเสียง
  • กันน้ำ กันฝุ่น IPX4 
  • ใช้นานต่อเนื่อง 7.5 ชม. 

ข้อดี

  • รูปทรงเอียร์บัดมีก้าน สวมใส่ง่ายสบายหู
  • ดีไซน์โฉบเฉี่ยว สีสันเรียบง่ายใช้งานได้ทุกโอกาส
  • การเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.1 
  • เชื่อมต่ออัตโนมัติเมื่อหยิบหูฟังออกจากเคส
  • ใช้งานแยกข้างซ้าย และขวาได้อย่างอิสระตามต้องการ
  • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ 22 ชม. 
  • ฟังได้นานต่อเนื่อง 7.5 ชม. ชาร์จผ่านเคสใช้งานได้นานอีก 15 ชั่วโมง
  • รองรับการชาร์จเร็ว เพียงชาร์จ 15 นาที ใช้งานได้นาน 90 นาที
  • รองรับการใช้งานได้ทั้งระบบ iOS และ Android

ข้อควรระวัง

  • ไม่มีระบบตัดเสียงรบกวน ANC
  • ไม่สามารถใช้งานแยกข้างซ้ายและขวาได้

สนใจ JVC HA-A3T หูฟัง Earbuds เสียงดี เพลิดเพลินได้ทุกช่วงเวลา คลิกที่นี่

10.  Apple EarPods หูฟังมีสายมาตราฐาน Apple สุดคลาสสิก

รวม 10 หูฟังไอโฟน น่าใช้ ยี่ห้อไหนดี ในปี 2023 รุ่นสุดท้ายและท้ายสุด เป็นรุ่นใดไปไม่ได้นอกจากหูฟังมีสายมาตราฐาน Apple EarPods จาก Apple ต้องบอกเลยว่าถูกใจใครหลาย ๆ คนอย่างแน่นอนด้วยดีไซน์สุดคลาสสิกที่เปิดตัวมาตั้งแต่ไอโฟนรุ่นแรก ๆ ที่แต่เดิมจะแถมมาให้ในกล่องไอโฟนทุกรุ่น แต่หลังจากนั้นก็ถูกตัดออกไปซะอย่างงั้น แต่ถึงอย่างไรก็ยังเป็นที่นิยมกันอยู่ อาจเพราะด้วยหน้าตาที่ดูก็รู้ว่าหูฟังไอโฟนแน่นอน ด้านความสามารถก็ไม่ใช่เล่น ให้คุณภาพเสียงดีเบสทุ่มเสียงนุ่มลึกฟังเพลงเพราะ มาพร้อมพอร์ตเชื่อมต่อ Lightning มาตรฐาน MFi ทำให้มั่นใจได้เรื่องการใช้งาน ไม่เกิดการฟ้องอย่างแน่นอน นอกจากนี้ตัวหูฟังยังสามารถควบคุมการการทำงาน ทั้งปรับระดับเสียง ควบคุมการเล่นเพลงและวิดีโอ รวมถึงรับสายหรือวางสาย จึงยกให้เป็นรุ่นยอดนิยมตลอดกาล

สเปกเด่น

  • ป้องกันเหงื่อ ละอองน้ำได้
  • มีรีโมตฯ และไมโครโฟนนตัว
  • มาตรฐาน MFi Apple

ข้อดี

  • รูปทรงเอียร์  สวมใส่ง่ายสบายหู
  • ปรับจูนด้านเสียงมาเป็นอย่างดี
  • รองรับพอร์ตเชื่อมต่อ Lightning สำหรับ iPhone, iPod Touch และ iPad 
  • รองรับระบบ iOS 10 หรือรุ่นใหม่กว่า 

ข้อควรระวัง

  • รองรับการเชื่อมต่อเฉพาะพอร์ต Lightning เท่านั้น

ก็จบกันไปแล้วกับ รวม 10 หูฟังไอโฟน น่าใช้ ยี่ห้อไหนดี ในปี 2023 บอกเลยว่าทุกรุ่นที่เรานำมาฝากนั้น เสียงดี ฟังสนุกเชื่อมเสถียรใช้งานคู่กับไอโฟนได้ดีแน่นอน หรือหากผู้ใช้งานระบบ Android ก็ใช้งานได้ แต่แนะนำว่าควรเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานให้ได้มากที่สุดทั้งเรื่องของการเชื่อมต่อ และการใช้งาน เพราะหากเราเลือกใช้งานไม่ถูกต้อง อาจเกิดผลเสียกับตัวเครื่องไอโฟนของเราได้ หากอยากได้รายละเอียดเติมสามารถเข้าไปอ่านได้ที่ทาง oz1gadget.com เราคอยอัปเดทสินค้าใหม่ ๆ ไอเทมยอดนิยมพร้อมกับโปรปังทุกเดือน จัดโค้ดส่วนลดอีกเพียบ บริการส่งทั่วไทย มีประกันศูนย์โดยตรง เอาใจทุกไลฟ์สไตล์เลย หากครั้งหน้าเรามีบทความใหม่ที่น่าสนใจอีกจะรีบนำมาแนะนำก่อนใคร สำหรับบทความนี้ขอตัวลากันไปก่อน สวัสดีครับ